เลือกน้ำมันเครื่องยังไง อ่านค่า 5W-30 และมาตรฐาน API ให้เป็น

หน้าชั้นน้ำมันเครื่องมีตัวเลขและตัวย่อเต็มขวด ทั้ง 0W-20, 5W-30, API SP, ACEA C3 จนเลือกไม่ถูก ความจริงแล้วข้อมูลที่ต้องดูมีแค่ 2 อย่าง คือความหนืดกับมาตรฐาน และคำตอบที่ถูกสำหรับรถของคุณเขียนไว้ในคู่มือรถอยู่แล้ว บทความนี้อธิบายว่าตัวเลขบนขวดแต่ละตัวบอกอะไร เพื่อให้เทียบกับคู่มือได้เอง
- เลือกจากคู่มือรถก่อนเสมอ — ความหนืด (เช่น 5W-30) และมาตรฐาน (เช่น API SP, ACEA C3) ต้องตรงกับที่คู่มือกำหนด
- ตัวเลขหน้า W บอกการไหลตอนเครื่องเย็น ตัวเลขหลังบอกความข้นที่อุณหภูมิทำงาน
- API กลุ่ม S สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน กลุ่ม C สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ส่วน ACEA กลุ่ม C เป็นน้ำมันเถ้าต่ำสำหรับรถที่มีระบบบำบัดไอเสียอย่าง DPF
เลือกน้ำมันเครื่องให้ถูก เริ่มจากคู่มือรถ
น้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถคือน้ำมันที่ความหนืดและมาตรฐานตรงกับที่ผู้ผลิตรถกำหนด ไม่ใช่ยี่ห้อหรือราคา สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ผู้กำหนดมาตรฐานน้ำมันเครื่องที่เห็นบนฉลาก ก็แนะนำให้ใช้ความหนืด SAE และมาตรฐาน API หรือ ILSAC ตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด ข้อมูลนี้อยู่ในคู่มือรถ หัวข้อน้ำมันเครื่องหรือข้อมูลจำเพาะของรถ
ถ้าหาคู่มือไม่เจอ บอกรุ่นรถ ปี และเครื่องยนต์กับสาขาได้ ทีมช่างจะช่วยเทียบสเปกให้ก่อนสั่ง
ตัวเลข 5W-30 บนขวดหมายถึงอะไร
ตัวเลขชุดนี้คือค่าความหนืดตามมาตรฐาน SAE J300 ตัวเลขหน้า W บอกความสามารถในการไหลตอนเครื่องเย็น ส่วนตัวเลขหลังบอกความข้นที่อุณหภูมิทำงานปกติของเครื่องยนต์
- W ย่อมาจาก Winter — ตัวเลขหน้า W ยิ่งน้อย น้ำมันยิ่งไหลได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ ค่าที่มีคือ 0W, 5W, 10W, 15W, 20W และ 25W
- ตัวเลขหลังขีด — บอกความหนืดที่อุณหภูมิทำงาน (มาตรฐานวัดที่ 100 องศาเซลเซียส) ยิ่งมากยิ่งข้น เช่น 40 ข้นกว่า 30 และ 30 ข้นกว่า 20
- 5W-30 จึงหมายถึงน้ำมันที่ไหลตอนเย็นได้ตามเกณฑ์ 5W และมีความข้นตอนเครื่องร้อนตามเกณฑ์ 30
ความหนืดที่ต่างจากคู่มือไม่ได้แปลว่าดีกว่า ให้ใช้ค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด ถ้าคู่มือให้เลือกได้หลายค่า ให้เลือกตามตารางอุณหภูมิในคู่มือ
สังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ ธรรมดา ต่างกันที่น้ำมันพื้นฐาน
น้ำมันเครื่องทั้งสามแบบต่างกันที่น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) ที่นำมาผสมกับสารเติมแต่ง ผู้ผลิตน้ำมันอธิบายไว้ใกล้เคียงกันดังนี้
- ธรรมดา (Mineral) — น้ำมันพื้นฐานเป็นน้ำมันแร่ที่กลั่นจากน้ำมันดิบ
- กึ่งสังเคราะห์ (Semi-synthetic) — ผสมน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์กับน้ำมันแร่ ผู้ผลิตน้ำมันเองระบุว่าไม่มีนิยามกลางว่าต้องผสมสังเคราะห์กี่เปอร์เซ็นต์
- สังเคราะห์แท้ (Full synthetic) — ใช้น้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์ทั้งหมด
ชื่อเรียกบนฉลากของแต่ละยี่ห้ออาจต่างกัน เช่น บางรุ่นเขียนว่า “Synthetic Technology” จึงควรดูความหนืดและมาตรฐานเป็นหลัก เกรดน้ำมันมีผลกับระยะเปลี่ยน เกณฑ์ที่ทรัพย์ไพศาลใช้คือ สังเคราะห์แท้ 10,000 กม. กึ่งสังเคราะห์ 7,000 กม. และธรรมดา 5,000 กม. หรือ 6 เดือน แล้วแต่อย่างไหนถึงก่อน อ่านต่อ: ถ่ายน้ำมันเครื่องกี่กิโล ทุกกี่เดือนดี
มาตรฐาน API บนฉลากอ่านยังไง
API แบ่งน้ำมันเครื่องเป็นกลุ่ม S สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และกลุ่ม C สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ตัวอักษรตัวที่สองยิ่งอยู่ท้ายตัวอักษร ยิ่งเป็นมาตรฐานรุ่นใหม่ ขวดที่ได้รับอนุญาตจาก API จะมีสัญลักษณ์วงกลมที่ API เรียกว่า “Donut” บอกมาตรฐานไว้ด้านบน
- API SQ — มาตรฐานเบนซินรุ่นล่าสุด เริ่มใช้เดือนมีนาคม 2025 API ระบุว่าออกแบบให้ป้องกันการชิงจุดระเบิดที่รอบต่ำ (LSPI) การสึกของโซ่ราวลิ้น และคราบที่ลูกสูบและเทอร์โบได้ดีขึ้น
- API SP — มาตรฐานเบนซินที่เริ่มใช้เดือนพฤษภาคม 2020 ป้องกัน LSPI และการสึกของโซ่ราวลิ้น
- API CK-4 — มาตรฐานดีเซลที่เริ่มใช้ 1 ธันวาคม 2016 API ระบุว่าใช้กับเครื่องยนต์ที่คู่มือกำหนด CJ-4, CI-4 หรือ CH-4 ได้
- API CI-4 — มาตรฐานดีเซลที่ออกปี 2002 สำหรับเครื่องยนต์ที่มีระบบหมุนเวียนไอเสีย (EGR)
สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน API ระบุว่ามาตรฐานรุ่นล่าสุดครอบคลุมคุณสมบัติของรุ่นก่อนหน้า ใช้กับรถที่คู่มือกำหนดรุ่นเก่ากว่าได้ แต่ฝั่งดีเซลมีข้อยกเว้น เช่น API FA-4 ใช้แทนมาตรฐานรุ่นก่อนไม่ได้ จึงควรดูคู่มือให้ละเอียด ส่วนน้ำมันที่มีแต่มาตรฐานกลุ่ม C ทาง API ระบุว่าออกแบบมาสำหรับดีเซลเป็นหลัก อาจไม่ครบตามที่รถเบนซินต้องการ
ILSAC และ ACEA บนฉลากคืออะไร
ILSAC เป็นมาตรฐานที่ผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมกันกำหนด ส่วน ACEA เป็นมาตรฐานของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป รถแต่ละรุ่นอาจระบุมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่งหรือหลายมาตรฐานพร้อมกัน
- ILSAC GF-7A / GF-7B — เริ่มใช้เดือนมีนาคม 2025 ขวดที่ผ่าน GF-7A มีเครื่องหมายรูปดาวแฉก (Starburst) ส่วน GF-7B ใช้กับความหนืด 0W-16 เท่านั้นและมีเครื่องหมายรูปโล่ (Shield) API ระบุให้ใช้ GF-7A แทนในรถที่คู่มือกำหนด GF-6A
- ACEA กลุ่ม A/B — น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลขนาดเล็ก ACEA เรียกว่ากลุ่มเถ้าสูง (High SAPS) เช่น A3/B4
- ACEA กลุ่ม C — น้ำมันเถ้าต่ำ (Low SAPS) ที่ ACEA ระบุว่าเข้ากับตัวเร่งปฏิกิริยาและตัวกรองฝุ่นเขม่า (DPF/GPF) เช่น C2, C3, C5 ใช้กับรถที่คู่มือกำหนดกลุ่มนี้
- ACEA กลุ่ม E — น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลงานหนัก เช่น รถบรรทุก
ACEA ไม่ได้รับรองหรือขึ้นทะเบียนน้ำมัน ผู้ผลิตน้ำมันเป็นผู้ประกาศเองว่าผ่านมาตรฐาน ถ้าคู่มือรถกำหนดการรับรองของผู้ผลิตรถ (OEM Approval) ไว้ด้วย ให้ตรวจบนฉลากขวดว่าน้ำมันรุ่นนั้นได้รับการรับรองตามที่คู่มือกำหนด หรือสอบถามสาขาก่อนสั่ง
สรุปวิธีเลือกน้ำมันเครื่องให้ตรงกับรถ
- 1. ดูคู่มือรถ — จดความหนืด มาตรฐาน และปริมาณน้ำมันที่ต้องใช้
- 2. เลือกความหนืดให้ตรง — ถ้าคู่มือให้เลือกได้หลายค่าตามอุณหภูมิ ให้ใช้ค่าที่ตรงกับสภาพอากาศที่ใช้รถ
- 3. เลือกมาตรฐานให้ถึง — ฉลากต้องมีมาตรฐานที่คู่มือกำหนด หรือรุ่นใหม่กว่าที่ใช้แทนได้ตามที่ API ระบุ รถที่มี DPF ใช้น้ำมันเถ้าต่ำตามคู่มือ
- 4. เลือกเกรดตามระยะเปลี่ยนที่สะดวก — สังเคราะห์แท้เปลี่ยนห่างกว่า ธรรมดาเปลี่ยนถี่กว่า
เลือกและถ่ายน้ำมันเครื่องที่ทรัพย์ไพศาล
ทุกรุ่นในหน้าน้ำมันเครื่องบอกเกรด ความหนืด ระยะเปลี่ยน และขนาดบรรจุไว้บนการ์ด กดเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละรุ่นได้ แยกดูตามเครื่องยนต์ได้ที่น้ำมันเครื่องเบนซินและน้ำมันเครื่องดีเซล ราคาน้ำมันเครื่องรวมค่าแรงถ่ายที่ทรัพย์ไพศาลทั้ง 5 สาขาแล้ว หรือเลือกส่งฟรีทั่วไทยในราคาเดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
5W-30 กับ 10W-40 ต่างกันยังไง?
ต่างกันที่ความหนืด ตัวเลขหน้า W บอกการไหลตอนเครื่องเย็น 5W ไหลได้ดีที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10W ส่วนตัวเลขหลังบอกความข้นที่อุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ 40 ข้นกว่า 30 ให้ใช้ค่าที่คู่มือรถกำหนด
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ดีกว่ากึ่งสังเคราะห์เสมอไหม?
ไม่ได้แปลว่าต้องใช้เสมอ ทั้งสามแบบต่างกันที่น้ำมันพื้นฐาน สิ่งที่ต้องตรงก่อนคือความหนืดและมาตรฐานตามคู่มือรถ ส่วนเกรดน้ำมันมีผลกับระยะเปลี่ยน เกณฑ์ที่ร้านใช้คือสังเคราะห์แท้ 10,000 กม. กึ่งสังเคราะห์ 7,000 กม. และธรรมดา 5,000 กม. หรือ 6 เดือน
คู่มือรถกำหนด API SN ใช้น้ำมัน API SP หรือ SQ ได้ไหม?
ได้ สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน API ระบุว่ามาตรฐานรุ่นล่าสุดครอบคลุมคุณสมบัติของรุ่นก่อนหน้า และใช้กับรถที่คู่มือกำหนดมาตรฐานรุ่นก่อนได้ โดยยังต้องใช้ความหนืดตามคู่มือ
ใช้น้ำมันเครื่องดีเซลกับรถเบนซินได้ไหม?
ไม่ควร ถ้าฉลากมีแต่มาตรฐานกลุ่ม C ของ API เพราะ API ระบุว่าน้ำมันกลุ่ม C ออกแบบมาสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก และอาจไม่ครบตามที่ผู้ผลิตรถเบนซินกำหนด บางรุ่นผ่านทั้งมาตรฐานกลุ่ม S และ C ใช้ได้ทั้งสองแบบ ให้ดูมาตรฐานบนฉลากเทียบกับคู่มือรถ
ผสมน้ำมันเครื่องต่างยี่ห้อกันได้ไหม?
ถ้าจำเป็นต้องเติมผสม API แนะนำให้ใช้น้ำมันที่ความหนืดและมาตรฐาน API เดียวกัน ถ้าเลือกได้ ให้เติมด้วยรุ่นเดิมที่ใช้อยู่ แล้วเปลี่ยนถ่ายตามรอบ
